.....ประวัติวัดคงคารามที่ตั้ง 1 ม.3 ต.คลองตาคต อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ในปี 2310ไทยก็เสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าจน
พระเจ้ากรุงธนบุรีกู้เอกราชคืนได้และทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานี ความทราบถึงหัวหน้ามอญ
ที่หลบซ่อนพม่าอยู่ก็ชวนสมัครพรรคพวกได้ประมาณ 1,000 ครัวเรือนก็อพยพหนีพม่าเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์เพื่อขอ
พึ่งพระบรมโพธิสมภารโดยติดต่อผ่านมายังเจ้าพระยารามัญวงศ์ครั้งกรุงเก่าเป็นผู้ช่วยเหลือแต่พอดีเกิดจราจลที่กรุงธนบุรี
พวกรามัญเหล่านั้นจึงพักพลอยู่ที่เมืองไทรโยคและต่อมาเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเสด็จกลับจากเมืองเขมรปราบปรามจลาจล
ลงได้สำเร็จแล้วทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เจ้าพระยารามัญวงศ์จึงกราบทูล
เรื่อง มอญเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารให้ทรงทราบ พระองค์ทรงเห็นว่า มอญกับไทย ต่างมีศัตรูร่วมกัน คือ พม่า
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเจ้านายเมืองมอญเมืองเมาะลำเลิง ที่เหลือชีวิตอยู่ 7 คน ให้เป็นนายด่านป้องกันพม่า 7
เมือง เมืองด่านทั้ง 7 คือ เมืองไทรโยค ท่าขนุน ท่ากระดาน ท่าตะกั่ว ลุ่มสุ่มสิงห์ และเมืองทองผาภูมิ (ปัจจุบันเมืองเหล่านี้
บ้างก็เป็นอำเภอ บ้างก็ถูกยุบเป็นตำบลอยู่ใน จ.กาญจนบุรี มอญ เรียกเจ้าเมืองทั้ง 7 นี้ว่า เจี๊ยะเดิงฮ่ะเป๊าะ เจ้าเมืองทั้ง 7 นี้
้ล้วนแล้วแต่จะเป็นญาติกันต่อมาพวกมอญญาติเจ้าเมืองทั้ง 7 นี้ทราบว่าญาติของตนได้เป็นเจ้าเมือง ด่านทั้ง 7 จึงได้อพยพ
ตามเข้ามาอีกประมาณ 5,000 ครัวเรือน ที่อยู่อาศัยจึงคับแคบ บางพวกก็อพยพไปอยู่ปากเกร็ด นนทบุรี
.....เพราะฉะนั้นชาวคงคากับชาวปากเกร็ดในอดีตจึงได้มีการติดต่อสัมพันธ์กันมาตลอดเพิ่งจะมาเลิกติดต่อกันสมัยยุบเลิก
คณะสงฆ์รามัญนิกายสมัยรัชกาลที่ 6 นี้เอง แต่พวกที่อยู่ไทรโยคนี้ ที่ราบสำหรับการเพราะปลูกมีน้อย ส่วนมากสมัย
นั้นเป็นที่ป่าเขาลำเนาไพรมากกว่า จึงไม่มีที่ทำมาหากิน หัวหน้ามอญทั้ง 7 เห็นความยากลำบากของญาติพี่น้องตน
จึงได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปหาเจ้าพระยารามัญวงศ์ และเจ้าพระยามหาโยธา เจ้าพระยาทั้ง 2 จึงได้นำเข้าเฝ้ากราบถวาย
บังคมทูล ขอพระราชทานที่ทำมาหากิน พระบามสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระยามอญทั้ง 7 เลือกที่ทำมาหากินเอาเองโดยพระราชทานท้องตรามาให้ด้วย
พระยามอญทั้ง 7 จึงได้พาสมัครพรรคพวกล่องมาตามลำน้ำแม่กลอง ก็เห็นว่า ช่วงที่เหมาะแก่การเพาะปลูก แม้คนอยู่อาศัย
น้อย คือ ตั้งแต่เขตอำเภอบ้านโป่งถึง อำเภอโพธาราม ซึ่งสมัยนั้นอำเภอทั้งสอง ยังไม่ได้เกิดขึ้น จึงได้ไปรับสมัคร
พรรคพวกของตนลงมา ส่วนพระยามอญทั้ง 7 นั้นก็ได้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่หมู่บ้านวัดคงคามราม และบรรดาญาติก็ตั้ง
บ้านเรือนอยู่ 2 ฝั่งแม่น้ำแม่กลองช่วงนี้ ชาวรามัญนั้น นับถือพุทธศาสนาอย่างศรัทธามาแต่เดิมแล้ว ตั้งแต่เสียเมือง
ให้พม่าแล้ว ก็ยังมิได้มีวัดที่จะประกอบการกุศลเลยสักวัดเดียว พระยามอญทั้ง 7 จึงได้ประชุมชาวรามัญอพยพทั้งหมด
สร้างวัดคงคารามนี้ขึ้นซึ่งชาวรามัญเรียกว่า "เกี้ยโต้" (วัดทรัพย์กลาง) คงคารามนี้ เป็นชื่อที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4

 

 

.....เจดีย์ทรงรามัญ 7 องค์ รอบๆ พระอุโบสถวัดคงคาราม ซึ่งเป็นตัวแทนของพระยามอญทั้ง 7 ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวไทยรามัญราชบุรี คือ
1.พระนิโครธาภิโค เจ้าเมืองไทรโยค
2.พระชินษณติษฐบดี เจ้าเมืองท่าตะกั่ว
3.พระปัณษณติษฐบดี เจ้าเมืองท่าขนุน
4.พระพลติษฐบดี เจ้าเมืองท่ากระดาน
5.พระนินษณติษฐบดี เจ้าเมืองลุ่มสุ่ม
6.พระเสลภูมิบดี เจ้าเมืองทองผาภูมิ
7.พระสมิงสิงคิบุรินทร์ เจ้าเมืองเมืองสิงห์

.....พระอุโบสถวัดคงคาราม มีคุณค่าทางศิลปะเป็นอย่างยิ่งและเป็นศูนย์รวมใจของพระภิกษุสงฆ์ ์เชื้อสายรามัญทุกรูป และยังมีภาพจิตกรรมฝาผนังที่ล้ำค่าอยู่ในอุโบสถวัดคงคารามที่ควรศึกษา และอนุรักษ์ไว้ ศาลาการเปรียญ เป็นศาลาทรงเครื่องไม้ทุกชิ้นเต็มไปด้วยศิลป์ที่ช่างได้บรรจง แต่งไว้ในศาลาการเปรียญ ซึ่งมีเทพชุมนุมปางผจญมาร
และทศชาติ และลายเพดานบนศาลาการเปรียญ เป็นลวดลายเดียวกับวัดชมภูเวก ที่ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี ที่มีแม่พระธรณีบิดมวยผมที่สวยที่สุดในประเทศไทย และเป็นวัดรามัญเก่าแก่เช่นเดียวกับวัดคงคาราม เรือนไทยที่มีค่า
มหาศาล 2 หลัง คือ กุฎิ 7 ห้อง และ 9 ห้อง เป็นเรือนไทยที่ใหญ่และงามที่สุดในประเทศไทยขณะนี้ ปัจจุบันกุฎิ 9 ห้อง
ได้ถูกจัดตั้งให้เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดคงคาราม ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้กันต่อไป เมื่อปี พ.ศ.2542

.........โลงมอญ ซึ่งมีอายุประมาณ 200 ปี แต่ได้ทำการลงรักปิดทองใหม่ แกะจากไม้ชิ้นเดียวทะลุโปร่ง เป็นลายดอกพุดตาล ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นดอกไม้ ประจำชาติมอญในอดีตทีเดียว เพราะชาวรามัญไม่ว่าในถิ่นใด นิยมแกะลายนี้กันทั้งนั้น มีประวัติเล่าว่า ช่างทำมาจากในป่าเมืองกาญจนบุรี แล้วใส่มากับเรือที่ชื่อว่า นางอะสงและมีศพใส่มาด้วย ผ่านหลายๆ วัด วัดไหนก็อยากได้แต่เรือไม่ยอมหันหน้าเข้าวัด แต่พอมาถึงคงคาก็หันหน้าเข้ามา ชาวบ้านเลยฉุดได้ แต่นี้เป็นเพียง เรื่องเล่า ข้าพเจ้า (หมายถึงผู้เขียนหนังสือไม่ระบุว่าใคร) เลยขออธิบายตามเหตุผลว่า ที่ว่าสร้างมาจากป่าเมืองกาญจนบุรีนั้นคงจะจริง
เพราะไม้สักต้นใหญ่ๆ อย่างนั้นคงอยู่ในป่า และศพที่ใส่มานั้น จะเป็นใครไม่ต้องเป็น
1.เป็นพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่หรือเจ้าอาวาสวัดคงคาราม
2.เป็นพระยามอญท่านใดท่านหนึ่งที่ไปเสียชีวิตที่เมืองกาญจนบุรีในการไปหาไม้ตัดไม้มาสร้างวัดคงคาราม แต่มิมีบุญที่จะได้มาชื่นชมวัดคงคารามอีก ชาวบ้านที่ไปด้วยซึ่งเป็นผู้มีฝีมือในทางช่างจึงได้สร้าง
โลงมอญที่งดงามจากไม้ที่ตัดได้เป็นการทดแทนคุณท่าน จนปี พ.ศ.2518 กรมศิลปากรจึงได้ขึ้นทะเบียน
เป็นโบราณสถานของชาติ แต่ถึงอย่างไรก็ตามชาวคงคารามก็พยายามจะรักษาให้อยู่ในสภาพคงเดิม
ให้มากที่สุด เพราะเคารพฝีมือช่างในอดีตของบรรพบุรษ

......วัดคงคาราม ตั้งอยู่ที่ 1 ม.3 ตำบลครองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จดทะเบียนเมื่อ พ.ศ. 2320 ได้รับพระราชทาน วิสูงคามสีมา เมื่อปีพ.ศ. 2330 วัดคงคารามเป็นวัดที่มาแต่โบราญจะสร้างในครั้งใดไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัดจากการเล่าสืบต่อมา
ของชาวบ้านซึงมีเชื้อสายมอญ พจะจับเค้าได้ว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อกรุงธนบุรีสมัยต้ยรัตนโกสินทร์มีพวกมอญได้อพยพ
เข้ามาตามลำแม่นำแม่กลองมาตั้งถิ่นฐานอยู่เหนือเขตอำเภอโพธาราม(ในสมัยนั้นยังไม่ได้เป็นอำเภอ)ขึ้นไปจนจดอำเภอบ้านโป่ง และได้สร้างวัดนี้ขึ้น หรือ วัดนี้อาจจะสร้างมาก่อนที่พวกมอญอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ก็ได้ทำนุบำรุงเป็นวัดมอญสืบต่อมา แต่เดิมวัดนี้ชื่อ วัดกลาง ภาษามอญเรียกว่า เกี้ยโต้ มีความหมายอยู่ 2 นัยด้วยกันคือ

.....1.หมายถึงศูนกลางของชุมชน และเกี้ยโต้ เป็นชื่อวัดในสมัยที่มอญยังเป็นประเทศต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
- เจ้าอยู่หัว โปรดพระราชทานผ้ากฐินหลวงที่วัดนี้หลายปีและได้พระราชทานนามใหม่่เป็น วัดคงคาราม
.....2.ในสมัยหลังได้มีพระรามัญจากนครหลวง ที่มีความรู้ความสามารถและมีคุณวุฒิมาเป็นสมภารฝ่ายคณะสงฆ์จึงแต่งตั้งให้
เป็นเจ้าคณะใหญ่ ได้ปกครองวัดตามฝั่งแม่นำแม่กลองทั้งสองฝั่งวัดนี้จึงได้เป็นวัดเจ้าคณะใหญ่ได้ปครองวัดตามฝั่งแม่น้ำ
แม่กลองทั้งสองฝั่งเป็นวัดเจ้าคณะใหม่ ฝ่ายรามัญนิกายแขวง เมืองราชบุรีและเจ้าคณะได้รับการแต่งตั้งสมณศักดิ์
เป็นพระครูรามัญญาธิบดี ถึง 6 รูปด้วยกัน พระสังฆาธิการที่ได้รับการแต่งตั้งสมณศักดิ์ชั้นสัยญาบัตร
และเจ้าอาวาสในอดีตถึงปัจจุบัน

1.พระครูรามัญญาธิบดี
2.พระครูรามัญญาธิบดี (เมศ)
3.พระครูรามัญญาธิบดี (เดิงเริด)
4.พระครูรามัญญาธิบดี (สามิ)
5.พระครูรามัญญาธิบดี (พระครูศาลา เอียง เจิน)
6.พระครูรามัญญาธิบดี (หมัก)
7.พระอาจารย์เมือง
8.เจ้าอธิการกลิ่น อินทรธัมโม
9.พระครูวิสุทธิบดี
10.พระครูวิสุทธิ์พุทธิคุณ
11.พระอธิการ สันติ สันติโร เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน

 

 

* เว็ปไซต์นี้ทำเฉพาะเพื่อการศึกษาเท่านั้น
copy right @ PHOTHAWATTHANASENEE SCHOOL M.601'53
Khongtakot, Photharam, Ractchaburi 70120. Tel. 032-231011