ButtonButtonButtonButtonButtonButtonButton

 

 

 

\

 

00000000จดเหมายเหตุการเสด็จประพาสไทรโยคครั้งที่2ในรัชสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่5 ในราวปี พ.ศ.2431 ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์ทรงนิพนธ์ในคราวตามเสด็จประพาสเมืองโพธาราม ความว่า "...เวลาบ่าย3โมงเศษเสด็จขึ้นประพาสตลาดโพธารามตลาดนี้มีบ้านเรือนราษฏรไทยจีนตั้งอยู่หลายร้อยเรือน..."

00000000อันเป็นหลักฐานยืยยันได้ว่าชาวจีนที่อพยพ เข้ามาตั้งชุมชนประปนอยู่กับชนกลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะชาวไทยและชาวจีนเหล่านี้ คงมีการประกอบอาชีพค้าขาย ซึ่งระยะเริ่มต้นคงขาย ของเล็กๆน้อยๆ และเมื่อสะสมทุนได้เพิ่มก็สะสมเปิดเป็นร้านค้าในลักษณะห้องแถว และในระยะนี้คงมีชาวจีนอพยพมาตั้งถิ่นฐาน มากขึ้นเรื่อยๆจนเป็นชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่อันสอดล้องกับหลักฐานของรัชกาลที่5ในคราวเสด็จประพาสมณฑลราชบุรีหรงกล่าวถึงว่า
"...ตำบลโพธารามนี้ เป็นตลาดเหมือนสำเพ็งยืดยาวมาก ผู้คนหนาแน่นจำนวนคนในโพธารามถึง 40,000 มากกว่าเมืองราชบุรี..."

000000ชาวจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในโพธารามสามารถจัดแบ่งโดยใช้ภาษาพุดเป็นเกณฑ์ พบว่ามีทั้งสิ้น 4 กลุ่มคือ

แต้จิ๋วมีถึงร้อยละ 90 รองลงมาคือจีนไหหลำจีนแคะ และจีนกวางตุ้ง ส่วนจีนฮกเฮี้ยน ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีการตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขต
โพธาราม ในขณะที่ชาวจีนเข้ามาในครั้งแรกเริ่มสร้างหลักฐานได้มั่นคงขึ้น และก็ยังมีชาวจีนอพยพเข้ามาภายหลังเป็นระรอก ทั้งนี้โดยได้อาศัยชาวจีนรุ่นแรกเป็นผู้ชักนำและอุดหนุนทำให้ชุมชนชาวจีนขยายกว้างออกไปที่แต่เดิมมีไม่กี่ครอบครัวก็เริ่มมีจำนวนมากขึน

0000000แม้ชาวจีนในระยะแรกมีล้มหายตายจากก็ยังมีชาวจีนโพ้นทะเลมาแทนที่ โดยการอพยพระลอก สุดท้ายเข้ามาในโพธารามคือ กลุ่มชาวจีนอพยพที่เข้ามาภายหลังสิ้นสงครามโลกคร้งที่2ใหม่ๆและหลังจากนั้นก้แทบไม่มีอีกเลย

00 00000จึงกล่าวได้ว่าชาวจีนในโพธารามจะเป็นชาวจีนรุ่นที่2และรุ่นที่3 ที่ได้ผสมกลมกลืนทางเชื้อชาติกับชนชาติอื่นไปมากแล้ว ยังคงเหลือที่เป็นชาวจีนอพยพ หรือ รุ่นที่1 ไม่มาก และที่มีอยู่ก็มีอายุมากกว่า80ปีซึ่งในที่สุดแล้วชนชาวจีนในโพธาราม
ก็ได้ผสมกลมกลืน เป็นชนชาติไทยเชื้อสายจีน และเป็นคนไทย ในที่สุดคงเหลือไว้เพียงตำนานการตั้งชุมชนให้บรรดา ลูกหลานจีนได้ศึกษากันสืบไป.....