ButtonButtonButtonButtonButtonButtonButton

 

 

00">

 

          การกำเนิดของคำว่า แซ่

ในสมัยโบราณนั้นแซ่ตระกูลมีที่มาแตกต่างกัน แซ่เป็นอย่างหนึ่ง ตระกูลก็เป็นอย่างหนึ่ง
         แซ่ ในภาษาจีนกลางออกเสียงว่า “ซิ่ง” ตามรากศัพท์หมายถึง
เผ่าพันธุ์ที่มีสตรีเป็นหัวหน้าหรือผู้ให้กำเนิดตระกูลในภาษาจีนกลางออกเสียงว่า “ซื่อ” ตามรากศัพท์หมายถึงฐานะของผู้ชายที่เป็นนักรบ ในความหมายเดิม ๆ
แซ่จึงเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเป็นคนอยู่เผ่าใดส่วนตระกูลเป็นเครื่องแสดงฐานะของบุคคล
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ซื่อหรือตระกูลเป็นสิ่งแยกวรรณะ ส่วนแซ่หรือซิ่งนั้น
เป็นสิ่งแสดงสถานภาพการสมรสของฝ่ายหญิงแซ่ในยุคโบราณจึงมักมีรูปอักษรที่มีคำว่า “หนี่”หมายถึงผู้หญิงกำกับอยู่ด้วยเสมอส่วนซื่อหรือตระกูลนั้นมีใช้กันไม่แพร่หลายมากนัก จำกัดอยู่เฉพาะชนชั้น ผู้ดีมีฐานะทางสังคมอย่างเช่นหวงตี้ที่ถือกันว่าเป็นพระเข้าแผ่นดินองค์แรกของคนจีนทั้งมวล มาจากตระกูลกงซุน หมายความว่าเป็นหลานของกง ซึ่งเป็นบรรดาศักดิ์ของขุนนางระดับชั้นสมเด็จเจ้าพระยา
หรือ Duke ของอังกฤษ สำหรับราษฎรธรรมดานั้นแต่เดิมไม่มีแซ่ตระกูล
มีเพียงชื่อตัวที่เรียกว่าหมิงเท่านั้นต่อเมื่อสังคมบ้านเมืองจีนขยายใหญ่โตมากขึ้นพร้อมกับจำนวน
ประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และสถานการณ์ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปขุนนางศึก
และชนชั้นเจ้าที่ดินทั้งหลาย ซึ่งมีอาณาเขตปกครองที่ดินทั้งหลายซึ่งมีอาณาเขตปกครองที่ดิน
ถือครองเพิ่มมากขึ้น จำต้องอาศัยประชาชนทั่วไปเป็นแรงงานสำคัญในการพัฒนา
ที่ดินตลอดจนการรบทัพจับศึก ดังนั้นจึ้งต้องหาสมัครพรรคพวกด้วยการเอาอกเอาใจคน
ในปกครองให้มีสิทธิมีเสียงมากขึ้น

ข้อมูลจากนิตยสาร “ร้อยแซ่พันธุ์มังกร”ผลิตโดยผู้จัดการ หน้า 14-17

 

 

 

               แซ่ "เฉิน" เป็น 1 ใน 5 แซ่ใหญ่ของประเทศจีน มีบุคคลแซ่ "เฉิน" ซึ่งมีชื่อเสียงอยู่ในประวัติศาสตร์    เช่น เฉินผิง ขุนนางผู้ใหญ่ต้นราชวงศ์ฮั่นตะวันตก  มีสติปัญญาเชิงอุบาย  ดำรงตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีของพระเจ้าฮั่นฮุ่ยตี้
หลื่อฮองเฮา และฮั่นเหวินตี้ ตามลำดับ หลังจากหลื่อฮองเฮาสวรรคต เขาก็ร่วมมือกับโจวป๋อขุนนางร่วมราชสำนัก          ขจัดจูหลื่อ คนของหลื่อฮองเฮา สถาปนาฮั่นเหวินตี้เป็นฮ่องเต้ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นชิเจี้ยโหว (เจ้าพระยาแห่งชิเจี้ย)เฉินจื่ออั๋ง กวีราชวงศ์ถังเป็นผู้สร้างแนวกวีสมัยราชวงศ์ถังให้เข้าสู่วิถีทางแห่งความเจริญและมีระเบียบ

00

 

 

     แซ่ "หลิน" (สำเนียงจีนกลาง) หรือ "แซ่ลิ้ม" (สำเนียงแต้จิ๋ว) มีความหมาย หรือแปลว่า ป่าไม้ , ความรุ่งเรือง

แซ่นี้เก็บอยู่ใน"ทำเนียบร้อยแซ่" กระจายอยู่กว้างขวางอย่างยิ่ง บรรพชนถือกำเนิดมาแต่สมัยราชวงศ์ซาง (1600-1100 ปีก่อน ค.ศ.) โจ้วอ๋อง แห่งราชวงศ์อิน โหดเหี้ยมผิดมนุษย์ สั่งให้แหวะอกปี้กันขุนนางผู้ซื่อสัตย์ตาย ลูกๆของปี้กันจึงหนีไปอยู่บนภูเขาฉางหลินซาน ดังนั้น จึงใช้ "หลิน" เป็นแซ่


 

 

แซ่ "หม่า" (สำเนียงจีนกลาง) หรือ "แซ่เบ๊" (สำเนียงแต้จิ๋ว)
มีความหมายหรือ แปลว่า ม้า, ติ้วนับจำนวน , ใหญ่โต
แซ่นี้เก็บอยู่ใน "ทำเนียบร้อยแซ่" กระจายอยู่กว้างขวางอย่างยิ่ง
มีจำนวนคนมากมาย มีที่มา 2 ทาง

1. บรรพชนถือกำเนิดมาแต่สมัยชุนชิว (770-476 ปีก่อน ค.ศ.)
จ้าวเซอ โอรสจ้าวอ๋อง ได้รับแต่งตั้งให้มีอิสริยยศเป็นหม่าฝูจุน
(เจ้าแห่งหม่าฝู หม่าฝูอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองหานตานในมณฑลเหอเป่ย)
ลูกหลานใช้ "หม่าฝู" เป็นแซ่ ภายหลังตัดเหลือแต่ "หม่า" ตัวเดียว

2. หม่าชิ่งเสียง คนสมัยราชวงศ์จิน (ค.ศ.1115-1234) เดิมที
เป็นชนชาติทางตะวันตก ต่อมาเข้ามาตั้งภูมิลำเนาในเมืองหลินถาว
(อยู่มณฑลกานสูในปัจจุบัน) ใช้ "หม่า" เป็นแซ่


 

     แซ่ "หวัง" (สำเนียงจีนกลาง) หรือ "แซ่เฮ้ง" หรือ "แซ่อ้วง" (สำเนียงแต้จิ๋ว)
หรือ "อ๋อง" (สำเนียงฮกเกี้ยน) มีความหมายหรือแปลว่า

(1) พระนามของพระเจ้าแผ่นดินหรือเจ้านาย
(2) ฐานันดรศักดิ์ของเจ้าครองแคว้น
((3) การขนานนามด้วยความเคารพ (
4) ความใหญ่โต
5) นามสกุล (แซ่)
มาจากสมัยราชวงศ์ซาง (1600-1100 ปีก่อน ค.ศ.) ราชวงศ์ซางมีโอรสองค์หนึ่งชื่อปี้กาน ถูกโจ้วอ๋องฆ่าตายแล้วผ่าท้องควักหัวใจ
ลูกหลานจึงถือฐานันดรอ๋อง (หวัง) ของปี้กานเป็นแซ่


 

 


 

     แซ่ "ฮว๋าง" (สำเนียงจีนกลาง) หรือ "แซ่อึ๊ง" (สำเนียงแต้จิ๋ว)
มีความหมายหรือแปลว่า (1) สีเหลือง, 1 ใน 5 สี
(2) ม้าสีน้ำตาล
(3) ชื่อย่อของพระเจ้าฮว๋างตี้ (4) ทารกต่ำกว่า 3 ขวบ (5) ไม่สำเร็จ
(6) ชื่อแคว้นสมัยราชวงศ์โจว (7) นามสกุล (แซ่)

บรรพชนถือกำเนิดมาแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ว่ากันว่า ลู่จง
หลานของพระเจ้าจวนซูได้รับแต่งตั้งให้ไปกินเมืองฮว๋าง จึงตั้งเป็นแคว้นฮว๋างขึ้น
(อยู่ทางตะวันตกของฮว๋างชวน ในมณฑลเหอหนานปัจจุบัน)
ต่อมาถูกแคว้นฉู่ล่ม ลูกหลานจึงใช้ชื่อแคว้นเป็นแซ่

 


 

 

     แซ่ "หลี่" (สำเนียงจีนกลาง) หรือ "แซ่ลี่" (สำเนียงแต้จิ๋ว)
มีความหมายหรือแปลว่า (1) ชื่อต้นไม้และผลไม้ชนิดหนึ่ง, ต้นพลัมหรือลูกพลัม
(2) ชื่อดวงดาว(3) มีความหมายอย่างเดียวกันกับ "หลี่" ที่แปลว่า"เหตุผล"หรือ"ยุติธรรม"
(4) นามสกุล (แซ่)

บรรพชนถือกำเนิดมาแต่สมัยราชวงศ์ซาง (1,600 ปี-1,100 ปีก่อน ค.ศ.)
หลี่เหวย ผู้สืบเชื้อสายมาจากเกาหยาว เป็นเสนาบดียุติธรรมในสมัยพระเจ้าหราว
หลี่เหวยเป็นคนตรง โจ้วอ๋องซึ่งเป็นทรราชไม่ชอบ จึงถูก
หาเหตุลงโทษประหารชีวิต
ภรรยาหอบลูกหนีไปซ่อนตัว อาศัยผลไม้ในป่าประทังชีวิตตลอดมา
คำว่า "ผลไม้" จีนโบราณ เรียกว่า "มู่จื่อ" เป็นอักษร 2 ตัวคือ "มู่" (แปลว่า ไม้)
และ "จื่อ" (แปลว่า ลูก)รวมกันแปลตรงตัวว่า "ลูกไม้" หรือ "ผลไม้"
เมื่อเอาตัว "มู่" ซ้อนขึ้นไปบนตัว "จื่อ" ก็จะกลายเป็น "หลี่"
อันเป็นอักษรใหม่อีกตัวหนึ่ง เป็นชื่อต้นไม้และผลที่เกิดจากต้นไม้นี้
คือ ต้นพลัม หรือลูกพลัม ครอบครัวของหลี่เหวยจึงเปลี่ยนแซ่ "หลี่"
ซึ่งแปลว่า "ยุติธรรม" หรือ "เหตุผล" ที่ได้มาจากตำแหน่งขุนนางของหลี่เหวย
มาเป็น "หลี่" ลูกพลัม ซึ่งช่วยเกื้อกูลคนในครอบครัว ให้มีชีวิตอยู่สืบต่อมา

 

 

 

     แซ่ "เกา" (สำเนียงจีนกลาง) หรือ "แซ่กอ" (สำเนียงแต้จิ๋ว)
มีความหมายหรือแปลว่า (1) สูง (2) เสริมให้สูง

(3) เฉลียวฉลาด, สูงส่ง, เหนือกว่า
(4) นับถือ (5) อายุมาก (6) มีราคา (7) เสียงดัง (8) ใหญ่โต, เข้มแข็ง
(9) เป็นคำยกย่องคนอื่น (10) นามสกุล (แซ่)

บรรพชนถือกำเนิดมาแต่สมัยดึกดำบรรพ์ พระเจ้าฮว๋างตี้
มีขุนนางอยู่คนหนึ่งชื่อ เกาหยวน ถือกันว่าเป็นบรรพบุรุษของแซ่ "เกา"

 

 

 

     แซ่ "ไช่" (สำเนียงจีนกลาง) หรือ "แซ่ฉั่ว" (สำเนียงแต้จิ๋ว)
มีความหมายหรือแปลว่า (1) หญ้าป่า (2) กระดองเต่าขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับเสี่ยงทาย
(3) ชื่อแคว้นในสมัยราชวงศ์โจว (4) สังหาร (5) เนรเทศ (6) นามสกุล (แซ่)

แซ่นี้ เก็บอยู่ใน "ทำเนียบร้อยแซ่" กระจายอยู่กว้างขวางมาก

บรรพชนถือกำเนิดมาแต่สมัยราชวงศ์โจวตะวันตก (1100-770 ปีก่อน ค.ศ.)
โจวเหวินอ๋องพระราชทานให้ ซู่ตู้ โอรสไปกินเมืองไช่ (อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้
ของไช่หนาน ในมณฑลเหอหนาน) ผู้สืบเชื้อสายรุ่นหลังใช้ชื่อเมือง "ไช่" เป็นแซ่

 

 

 

     แซ่ "อู๋" (สำเนียงจีนกลาง) หรือ "แซ่โง้ว" (สำเนียงแต้จิ๋ว)
มีความหมายหรือแปลว่า (1) ชื่อแคว้นหรือรัฐ (2) ชื่อพื้นที่
(3) พูดเสียงดัง (4) นามสกุล (แซ่)

แซ่นี้ เก็บอยู่ใน "ทำเนียบร้อยแซ่"กระจายอยู่กว้างขวางมาก
จำนวนคนค่อนข้างมาก มีที่มา 4 ทาง

1. บรรพชนถือกำเนิดมาแต่สมัยดึกดำบรรพ์ ผู้สืบเชื้อสายของอู๋ฉวน
ข้าราชบริพารของพระเจ้าจวนซู สมัยบรรพกาล ใช้ตัวแรกของชื่ออู๋ฉวนเป็นแซ่

 

 

 

     แซ่ "เจิ้ง" (สำเนียงจีนกลาง) หรือ "แซ่แต้" (สำเนียงแต้จิ๋ว)
มีความหมายหรือแปลว่า(1) ชื่อแคว้นหรือรัฐ (2) หนักแน่น (3) นามสกุล (แซ่)

แซ่นี้ เก็บอยู่ใน "ทำเนียบร้อยแซ่" กระจายอยู่กว้างขวางมาก

บรรพชนถือกำเนิดมาแต่สมัยราชวงศ์โจว (1100-770 ปีก่อน ค.ศ.)
โจวซวนอ๋อง พระราชทานแคว้นเจิ้งให้กับเพื่อนของน้องชายพระมารดา
ซึ่งมีชื่อว่า หวนกง ไปครองแคว้นเจิ้ง (อำเภอฮว่าเสี้ยน ทางตะวันออก
ของมณฑลซานซีปัจจุบัน)ต่อมาแคว้นเจิ้งได้ถูกแคว้นหานล่ม พวกลูกหลาน
ได้อพยพโยกย้ายกระจัดกระจายไปอยู่ในพื้นที่ระหว่างแคว้นเฉินกับแคว้นซ่ง
จึงได้ถือแคว้นเก่าคือ "เจิ้ง" เป็นแซ่ของตน